Thursday, July 9, 2009

เลือกหุ้นเหมือนเฟ้นหาส่าวงาม

ไม่ได้ มาเขียนบทความ หลายวัน

หยุดไป หลายวัน คิดว่าจะได้...

พักผ่อน สบาย ๆๆ ที่ไหนได้ ล่ะ

คนมันเคยชิน กับการนั่งหน้าจอ

ดูราคาหุ้น เคลื่อนไหว เขียว สลับแดง

เหลือง หรือ บางทีจะมี ฟ้าและม่วง

เข้ามา แจมด้วย เป็นบางวัน


แต่พอ ไม่ได้เห็นหลายๆ วัน เข้า

มันก็เลย คิดถึง รู้สึกกระสับกระส่าย

กระวนกระวาย อยากให้ตลาดหุ้น

รีบเปิดเร็วๆ จังเลย

เพื่อมาพบเจอ กับความเจ็บปวด

ของใครบางคน และก็พบกับบางคน

ที่รู้สึก Happy มากๆๆ ที่หุ้นลง???

(เพราะได้ SHORT SET50 ไว้)



อยู่ในตลาดนานๆ มันก็จะเป็นอย่างนี้เอง

วันนึงสุข อีกวัน อาจเศร้า ได้

หรือบางที สุข กับ เศร้า อาจห่างกัน

เป็นรายชั่วโมง นาที หรือวินาที

ยังมีให้เห็นเลย ไม่ต้องรอให้ห่างกันเป็นวันๆ


เฮ้อ!!สำหรับฉัน ยิ่งอยู่นาน

ยิ่งซาดิสก์ ขึ้นทุกวันๆ เวลาขึ้น

ก็อยากให้มันขึ้นไปแรงๆ เหยียบมิดเลยเพ่


แต่เวลาลง ก็อยากให้กระซวก!! มันลงมา

ประมาณ ว่า เบรคแตก ยั้งไม่อยู่กันเลย

เอาไงเอากัน ไม่ชอบภาวะเงียบงัน

มันทำไร ไม่ถูก อ่ะนะ

ไม่รู้ คนอื่น จะเป็นเหมือนกัน หรือป่าวนะ


เอาล่ะ รู้สึก จะเพ้อ(เจ้อ) นานเกินไปแล้ว

วันนี้ เอาเรื่อง การเปรียบเทียบการเลือกหุ้น

ในตลาดของ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ มาฝากกัน



จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ เปรียบเทียบการเลือกหุ้น

ในตลาดหุ้น เหมือนกับการประกาศ เชิญชวน

ให้คนอ่านหนังสือพิมพ์ เลือกเฟ็นสาวงาม

100 คน จากภาพถ่าย...


'ผู้ชนะ คือ คนที่โหวตเลือกสาวงาม

ได้ตรง กับคนที่ได้รับ คะแนนสูงที่สุด'



กรณีนี้ ย่อมไม่ใช่ การเลือกสตรี ที่เรา

ได้ใช้สติปัญญา ของเราเอง ไตร่ตรอง

วิเคราะห์ อย่างรอบคอบ ถี่ถ้วน

แล้วเห็นว่า คนไหนหน้าตา สวยที่สุด

ก็เลือก คนนั้น


และยังไม่ใช่ การเลือกผู้หญิง ที่ประชาชน

ทั่วไป เห็นว่าสวยที่สุด อีกด้วย


ขยับขึ้นไป ขั้นที่สาม เป็นการใช้สติปัญญา

คาดเดา อีกทอดหนึ่งว่า คนทั่วไป คิดว่า

คนทั่วไปคนอื่น เห็นว่าใครสวยที่สุด


การเดา อาจยังไม่จบอยู่เพียงแค่นี้

อาจเดา กันต่อๆ ไป ได้อีกถึงขั้นที่สี่

ที่ห้า...


ที่สำคัญ...ที่เล่ามานี่ คุณได้ 'สาวงาม'

ในใจ ของคนอื่น(ทั่วไป) หรือยัง

ถ้าพบแล้ว ก็ช่วย บอกมาด้วย

ฉันจะได้เดาว่า คนอื่นๆ เขาชอบ

หุ้น ตัวเดียว กับคุณมั้ย

บายยย บายยย........

หวั่นน้องใหม่ PTT13CA ต่ำจอง

KGI ส่ง DW นาม PTT13CA

ลงกระดานเทรดวันนี้วันแรก

ในตลาดหุ้นไทย ผู้บริหารบอก

เหนือราคาจองที่ 6.23 บาทหรือไม่

ขึ้นอยู่กับราคาหุ้นแม่-ราคาน้ำมัน


ฟากนักวิเคราะห์ฟันธงร่วงแน่นอน

หลังวานนี้ราคาหุ้นแม่ต่ำกว่า

ราคาอ้างอิงวันที่ 229 บ.

แนะแค่เทรดดิ้งเท่านั้น


KEST-PHATRA เล็งคลอด

DW ล็อตใหม่ Q3-Q4 นี้

นักวิเคราะห์แนะ นลท.วันนี้

หุ้นรีบาวด์ให้ขายสถานเดียวเท่านั้น


วันนี้แล้วหลักทรัพย์ใหม่ถอดด้าม

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธุ์(Derivative Warrant)

โดย DW ที่จะเข้าซื้อขายในตลท.

เป็นตัวแรกก็คือ PTT13CA

หุ้นอ้างอิง คือ หุ้นสามัญของบริษัท ปตท.

จำนวน 7.29 ล้านหน่วย ในราคา 6.23 บาท/หน่วย

(2.72% ของราคาหุ้นปตท. ณ วันที่ 2 ก.ค. นี้)

รวมมูลค่า 45,454,703 บาท

กำหนดอัตราใช้สิทธิ 5 DW ต่อ 1 หุ้นสามัญของปตท.

โดยจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหุ้น

วันแรกที่ 9 ก.ค. นี้

ในหมวดใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

โดย PTT13CA มีอายุ 6 เดือน

ระหว่างวันที่ 3 กรกฎาคม 2552

ถึง 18 ธันวาคม 2552 (ซื้อขายวันสุดท้ายที่ 14 ธ.ค. นี้ )

โดยผู้ถือ DW สามารถใช้สิทธิได้ครั้งเดียว

ณ วันครบกำหนดอายุ

อัตราการใช้สิทธิ 5 DW ต่อ 1 PTT

ราคาการใช้สิทธิ 251.90 บาท

(ร้อยละ 110 ของราคาปิด PTT ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2552)

ราคาอ้างอิง คือ ราคาปิด PTT

ณ วันทำการซื้อขายสุดท้าย (วันที่ 14 ธันวาคม 2552)



สำหรับ DW ที่จะเข้าจดทะเบียนซื้อขาย

ในตลาดหลักทรัพย์นี้ มีลักษณะคล้ายกับ

ใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrant)

โดยเป็นตราสารที่ผู้ซื้อจะได้สิทธิ

ในการซื้อหุ้นในราคาและจำนวนที่กำหนด

แต่ต่างกันที่ผู้ออก DW ไม่ใช่

บริษัทจดทะเบียนเจ้าของหุ้น

แต่เป็นบุคคลที่สาม เช่น บริษัทหลักทรัพย์

นอกจากนี้ เมื่อ DW ครบกำหนดอายุ

หากผู้ซื้อต้องการใช้สิทธิ ผู้ซื้อจะไม่ได้หุ้นจริง ๆ

แต่ได้รับเงินจากผู้ออกเท่ากับส่วนต่างของ

ราคาใช้สิทธิกับราคาหุ้นหรือที่เรียกว่า

การชำระเป็นเงินสด (Cash Settlement)

และ DW จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ด้วยวิธีการซื้อขายและกฎเกณฑ์เช่นเดียวกัน

กับการซื้อขายหุ้น



ผู้ออกหลักทรัพย์ DW อย่าง KGI นั่น

ค่อนข้างมั่นใจว่า ดิลิเวอร์ทีฟ วอร์แรนต์

จะประสบความสำเร็จ เพราะมีตัวอย่าง

จากต่างประเทศพบว่าเติบโตอย่างรวดเร็วมาก

เช่นเกาหลีมีการเติบโตมากที่สุด

โดยปีปี 2546 มีมูลค่าการซื้อขาย

ดิลิเวอร์ทีฟ วอร์แรนต์ เพียง 12 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่มาปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 73,039 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ในฮ่องกง พบว่าสัดส่วนการซื้อขาย

ดิลิเวอร์ทีฟ วอร์แรนต์คิดเป็น 29%

ของการซื้อขายในตลาดหุ้น จาก 11% ในปี 2546


ซึ่งสำหรับประเทศไทย คาดว่า

จะใช้เวลา 1-2 ปี ที่จะมีสัดส่วน

การซื้อขาย 10-15% ของหุ้น



ทั้งนี้ จุดอ่อนของดิลิเวอร์ทีฟ วอร์แรนต์นี้

คือผู้ถือ DW จนครบอายุและใช้สิทธิ

แปลงสภาพต้องเสียภาษีเงินได้จากการใช้สิทธิ

เพราะทางกรมสรรพากรเห็นว่า

เป็นการแปลงสภาพนอกตลาด

ซึ่งในต่างประเทศก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน

ตัวอย่างของไต้หวันตลอด 10 ปี

ที่มีสินค้าตัวนี้พบว่ามีลูกค้าเพียง 2 รายเท่านั้น

ที่แปลงสภาพ นอกนั้นไม่ได้มีการใช้สิทธิแต่อย่างใด



นอกจากนี้ จุดเด่นของดิลิเวอร์ทีฟวอร์แรนต์

ที่สำคัญทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุน

อย่างมาก คือ ใช้เงินลงทุนไม่มาก

เทียบกับลงทุนตรงในหุ้นอ้างอิง

และกำไรของดิลิเวอร์ทีฟ จะมากกว่าการลงทุน

ในหุ้นอ้างอิง โดยมีผลกำไรต่อเงินลงทุนสูงกว่า

และจำกัดการขาดทุนแต่ไม่จำกัดระดับของกำไร

รวมถึงไม่มีการกำหนดเพดานการขึ้นลง(ซิลลิ่งและฟลอร์)


และอีกความน่าสนใจของ DW

คือหุ้นอ้างอิงของ DW ที่จะซื้อขายนั้น

จะเป็นหุ้น Top 10 ในกลุ่มดัชนี SET50

ซึ่งมีสภาพคล่องและมีขนาดใหญ่

DW จะมีอายุ 6 เดือน

โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ DW

ต้องมีผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker)

เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ในเวลาที่ต้องการ



ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์แสดงความสนใจ

เป็นผู้ออก DW แล้วประมาณ 3-4 ราย

ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)



**** KGI บอก PTT13CA เทรดวันนี้

เหนือจองที่ 6.23 บ./หน่วยหรือไม่

ฝากความหวังไว้ที่ราคาน้ำมัน-หุ้นแม่

นางสาวนฤมล อำนวยวิภาส

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ

หัวหน้าฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า

ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants)

ที่ออกโดยบริษัทคือ PTT13CA

ซึ่งจะเข้าซื้อขายวันนี้(9 ก.ค.)เป็นวันแรก

จะเปิดซื้อขายเหนือราคาจองที่ 6.23 บาท/หน่วย

หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักคือ

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก

ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 วันซื้อขาย

ซึ่งระหว่างวันราคาเริ่มมมีสัญญาณฟื้นตัว

รวมทั้งราคาหุ้นตัวแม่ว่าที่ถูกชี้นำโดยราคาน้ำมัน

และทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนนี้

ว่าจะออกจะมีทิศทางออกมาอย่างไร



อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันดิบ

ยังคงปรับตัวลงต่อ เชื่อว่านักลงทุน

จะมีความเข้าใจความเสี่ยงการลงทุน

ที่ราคาหุ้น PTT13CA จะอ้างอิงตามหุ้นแม่

ที่ปรับตัวขึ้นลงตามทิศทางราคาน้ำมัน

ในตลาดโลกที่ปรับตัวลง 3 วันต่อเนื่อง

ทั้งนี้หากราคาหุ้นยังคงลงต่อที่ระดับราคาหนึ่ง

หากประเมินจากปัจจัยพื้นฐานและ

ปัจจัยทางเทคนิคคาดว่าจะยังคงมี

นักลงทุนเข้ารอซื้อเพื่อลงทุน

และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกคืนนี้

ปรับตัวขึ้นก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อ PTT13CA

ที่เข้าเทรดในวันนี้


ด้านความคืบหน้าเตรียมออก DW

อีก 4 หลักทรัพย์ ว่าขณะนี้อยู่ระหว่าง

การคัดเลือกหุ้น ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นได้

ในสัปดาห์หน้า เพื่อนำยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต.

ทั้งนี้คาดว่าหลังขั้นตอนดังกล่าว

ไม่เกิน 1 เดือนครึ่ง ทั้ง 4 หลักทรัพย์

จะสามารถเข้าซื้อขายได้ โดยหุ้นดังกล่าว

จะเป็นหุ้นชั้นนำในกลุ่มพลังาน

และธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด

อีกทั้งนโนบายในการเลือกหุ้น

จะพิจารณจากหุ้นที่ไม่เคยออกใบสำคัญแสดงสิทธิ

ที่จะซื้อหุ้นสามัญ หรือวอแรนต์



****KEST เชื่อ DW ขึ้นอันดับหุ้นยอดนิยม
ของ นลท.แน่ เหตุอ้างอิงหุ้นใหญ่แถมราคาถูก


นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KEST)

เปิดเผยกับ eFinanceThai.com

ว่าใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants)

ที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์ ประเมินว่า

ในอนาคตมีโอกาสที่จะได้รับความนิยม

จากนักลงทุน เนื่องจาก DW ที่บริษัทหลักทรัพย์

เป็นผู้ออกจะคัดเลือกและอ้างอิงหุ้น

ที่เป็นยอดนิยมในหมู่นักลงทุนและมีราคาถูก

ประกอบกับหุ้นในกลุ่มดังกล่าวบริษัทก็ไม่ได้

มีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ หรือวอร์แรนต์

ที่เป็นที่ต้องการของนักลงทุน ดังนั้นจึงเชื่อว่า

DW น่าจะได้รับการตอบรับที่ดี

จากกลุ่มนักลงทุนที่สนจะลงทุนในวอร์แรนต์


สำหรับความคืบหน้าใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW)

ในเบื้องต้นคาดว่าจะสมารถออกได้ประมาณไตรมาส 4/52

โดยขณะต้องการปรับเกณฑ์ Direct Listing

เพื่อให้เกณฑ์มีความเป็นสากล เป็นไปใน

ทิศทางเดียวกับต่างประเทศ
โดยการร่วมมือการทำงานระหว่าง 3 หน่วยงาน

ประกอบด้วย ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์

และชมรมวาณิชธนกิจ


อย่างไรก็ดี สำหรับหลักทรัพย์ที่จะใช้อ้างอิง

ในการออกยังไม่ได้สรุปชัดเจน

ทั้งนี้จะพิจารณาจากความเหมาะสม

และภาวะตลาดในขณะนั้นเป็นหลัก




****PHATRA มั่นใจเข็น DW ออกขาย

ภายใน Q3/52 แน่ หลัง ผถห.ไฟเขียว

วงเงินในการออก DW จำนวน 300 ลบ.


นายสุวิทย์ มาไพศาลสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด มหาชน (PHATRA)

เปิดเผยว่า ประมาณไตรมาส 3 คาดว่า

บริษัทฯจะสามารถออก Derivative Warrant (DW)

โดยได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นในวงเงิน

ไม่เกิน 300 ล้านบาท และได้ยื่นเสนอ

ต่อก.ล.ต. ไปแล้ว โดยผู้ที่จะมาขาย

ก็จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายอื่น

สำหรับนักลงทุนในการลงทุน DW

จะต้องพิจารณาจากหุ้นแม่เป็นหลักว่า

มีศักยภาพหรือไม่ อีกทั้งดูราคาที่เหมาะสม

รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ผู้ออก



ทั้งนี้ หากแนวโน้มถึงช่วงสิ้นปี

เศรษฐกิจสามารถฟื้นตัว

หุ้นในกลุ่มพลังงานที่ในอดีตมีผลต่อดัชนีฯ

ก็มีโอกาสที่จะฟื้นกลับมาได้

นอกจากนี้ยังประเมินว่าแนวโน้มของ DW

น่าจะมีโอกาสเติบโตได้เร็วตามทิศทางเดียว

กับตลาด Futures ของประเทศไทย

อีกทั้งเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่มากขึ้น

สามารถสนองความต้องการ

ซึ่งน่าจะสร้างประโยชน์และได้รับความนิยม

ซึ่งผู้ออกผลิตภัณฑ์จะต้องช่วยกันสร้าง

ความน่าสนใจให้กับสินค้า



***เซียนหุ้น หวั่น PTT13CA เทรดวันแรกต่ำจอง 6.23 บ.

หลังวานนี้ราคาหุ้นแม่ต่ำกว่าราคาอ้างอิงวันที่ 2 ก.ค.ที่ 229 บ.


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย)

เปิดเผยว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (Derivative Warrants:DW)

PTT13CA ที่จะเข้าซื้อขายในวันนี้(9 ก.ค.52)

เป็นวันแรกนั้น ประเมินว่า ราคา DW PTT13CA

ไม่น่าจะยืนเหนือราคาจองที่ 6.23 บาท ได้

เพราะเมื่อเทียบกับราคาหุ้นแม่ PTT

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ที่ระดับ 222 บาทนั้น

ต่ำกว่าไอพีโอของ PTT ที่อ้างอิง 2.72%

ของราคาหุ้นปตท. ณ วันที่ 2 ก.ค. ที่ระดับ 229 บาท

ซึ่งเป็นราคาที่ประเมินราคาจองของ DW

PTT13CA ที่ 6.23 บาท อย่างไรก็ตาม

ทิศทางของ DW PTT13CA ยังคงต้องขึ้นอยู่

กับภาวะตลาดฯประกอบด้วย


นอกจากนี้ ประเมินว่า หากถือ DW PTT13CA

จนครบกำหนด คาดว่าน่าจะให้ผลตอบแทน

น้อยกว่าการลงทุนในหุ้น PTT จึงแนะนำเพียงเทรดดิ้ง

โดยดูทิศทางของหุ้น PTT เป็นหลัก


'ทิศทางของ DW PTT13CA ค่อนข้างดูยาก

ทั้งนี้ หากถือจนครบกำหนด รอแปลงสิทธิ

คิดว่าน่าจะให้อัพไซด์น้อยกว่า

การลงทุนในหุ้น PTT ทั้งนี้ หากเทียบกับ

ราคาปัจจุบันราคาหุ้นไม่น่าจะยืนเหนือจอง

ที่ 6.23 บาทได้ เนื่องจากราคา PTT

ปัจจุบันต่ำกว่าราคา PTT ที่ประเมินราคาจอง

ของ DW PTT13CA' นักวิเคราะห์ กล่าว


ด้านนางสุนทรี เกียรติพงษ์ถาวร

ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารอนุพันธ์ บล. เคที ซีมิโก้

กล่าวว่าใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์(DW)

ที่อ้างอิงกับหุ้นของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (PTT13CA)

ที่จะซื้อขายในวันนี้ เป็นวันแรกราคาคงเคลื่อนไหวทรงตัว

เพราะเป็นสินค้าใหม่ที่ออกเป็นครั้งแรก

นักลงทุนจึงน่าจะรอดูสถานการณ์ก่อน

ประกอบกับภาวะตลาดอาจมีแนวโน้มไม่ค่อยดี

หลังจากวานนี้ตลาดหุ้นไทยเปิดมา

ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงมาก


แต่ในระยะยาวมองว่า DW น่าจะเป็นสินค้า

ที่ได้รับความนิยมมาก หลังจากโบรกเกอร์

หลายๆแห่งเริ่มทยอยออก DW อีกหลายตัว

เพราะหากพิจารณาดู DW เป็นสินค้า

ชนิดเดียวกับ Warrant เพียงแต่แหล่งขาย

แตกต่างจากเดิมที่ออกโดย บริษัทจดทะเบียนเอง

เปลี่ยนเป็นโบรกเกอร์แทนเท่านั้น



'DW ของ KGI ซึ่งเป็นเจ้าแรกที่ออกโดยโบรกเกอร์

เป็นรายแรกในวันนี้ มองว่าปริมาณการซื้อขาย

หรือราคาอาจจะเคลื่อนไหวทรงตัวและ

วอลุ่มเบาบางก่อน เพราะสถานกาณณ์ตลาดหุ้น

ช่วงนี้ผันผวน แต่ถ้าวันพรุ่งนี้ภาพรวมของตลาดหุ้น

ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ก็อาจจะเป็นปัจจัย

ที่หนุนให้ราคาปรับตัวขึนแรงได้' นางสุนทรี กล่าว


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 09/07/09 เวลา 8:14:31

Friday, July 3, 2009

เทรด PTT13CA กันดีกว่า

ชื่อเต็ม : ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ ในหุ้นสามัญ

ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)


ออกโดย : บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)
จำกัด (มหาชน) รุ่น A (คอลวอร์แรนต์)

ชื่อย่อ : PTT13CA

PTT = หุ้นอ้างอิง
13 = หมายเลขโบรกเกอร์ของ KGI
C = คอลออปชั่น
A = รุ่นที่ A (A-Z)


หมวดหลักทรัพย์ : ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์

วันจองซื้อ : 22-30 มิ.ย. 52

จองขั้นต่ำ : 20,000 บาทและเพิ่มเป็นทวีคูณของ 5,000 บาท

ราคาจอง : 2.72% ของราคาปิด PTT ณ 2 ก.ค. 52

ราคาใช้สิทธิ : 110% ของราคาปิด PTT ณ 2 ก.ค. 52

อัตราใช้สิทธิ : 5 DW : 1 PTT

จำนวนที่ออก : 20,000,000 หน่วย

ซื้อขายวันแรกใน SET: 9 ก.ค. 52

วันซื้อขายวันสุดท้าย : 14 ธ.ค. 52

วันครบกำหนดอายุ : 18 ธ.ค. 52

ผู้ดูแลสภาพคล่อง : KGI

ผู้จัดจำหน่าย : บล. ธนชาต

ดูรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ link นี้

http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fin/datafile/69dw/0171DW_SEC06532009-05-21T31.pdf

Inside DW

หลังจากที่ได้ นำข้อมูล เกี่ยวกับ DW มาลง

2 บทความแล้ว หวังว่า เพื่อนๆ คงจะได้ ...

ความรู้ และมีความเข้าใจ ใน DW เพิ่มขึ้น

กันบ้าง ไม่มากก็น้อย นะคะ แต่ก็ยังอยากสรุป

ให้เข้าใจง่ายๆ อีกที ละกันค่ะ...



เจ้า DW นี้ ถือว่าเป็นหลักทรัพย์ และจะเข้า

trade ใน SET ไม่ใช่ TFEX


การซื้อขาย ก็เหมือนกับเรา ซื้อขาย Warrant

ใน SET นั่นแหละ และก็ต้องอย่าลืม ดูเรื่อง

วันครบกำหนดอายุด้วย


ส่วนที่ต่างกับ Warrant ก็คือ ผู้ออก เป็นบริษัท

ที่ไม่ใช่เจ้าของหุ้น เมื่อผู้ถือ DW ต้องการใช้สิทธิ

บริษัทผู้ออกนี้ จะต้องไปซื้อหุ้น ในตลาด มาส่งมอบ

เพราะฉะนั้น เราก็ต้องพิจารณา ดูว่า บริษัทที่ออก

DW นี้ สามารถเตรียมหุ้น มารองรับการใช้สิทธิ

ได้เพียงพอ หรือไม่ มีความน่าเชื่อถือ และฐานะ

ทางการเงินดี เมื่อลูกค้ามาใช้สิทธิ แล้วไม่ผิดสัญญา


DW ถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ สำหรับตลาดทุนไทย

แต่สำหรับ ตลาดทุนที่พัฒนาแล้ว อย่างในอเมริกา

ยุโรป เลิกสนใจ DW ไปนานแล้ว เพราะโครงสร้าง

ตลาดของเขา เป็นนักลงทุนสถาบัน

DW เป็นสินค้า ที่เหมาะสมกับตลาดทุน ที่มีโครงสร้าง

เป็น นักลงทุนรายย่อย และเก็งกำไร จึงบูมมากใน

ไต้หวัน ฮ่องกง รวมทั้งเกาหลีใต้



สำหรับประเทศไทย มีบล.เคจีไอ และกิมเอ็ง

เป็นผู้นำ ผลิตภัณฑ์นี้ เข้ามาเสนอ ให้นักลงทุนไทย

ซึ่งทั้ง สองบริษัทนี้ ได้รับอนุญาต จาก ก.ล.ต.

ให้สามารถทำธุรกรรม ดังกล่าวได้ ในฐานะบุคคลที่ 3

โดยจะต้องหาหลักทรัพย์อ้างอิง มาทำการซื้อขาย

อาจจะเป็นหลักทรัพย์ หรือดัชนีหลักทรัพย์

โดย ก.ล.ต. กำหนดว่า หุ้นที่สามารถเป็นหลักทรัพย์

อ้างอิงได้ ต้องจดทะเบียนซื้อขายม่ต่ำกว่า 1 ปี

มี Market Cap เฉลี่ย 3 เดือน มากกว่า1 หมื่นล้านบาท

และมีปริมาณการซื้อขาย มากกว่า 1%


ในช่วงปลายปี 2008 หลักทรัพย์ ที่ผ่านเกณฑ์ ดังกล่าว

มี 26 บริษัท อยู่ในกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ พลังงาน

วัสดุก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ทั้ง เคจีไอ

และกิมเอ็ง สามารถหาหุ้นที่น่าสนใจ และเป็นที่ต้องการ

ของนักลงทุนได้มาก พอสมควร และเนื่องจากบริษัท

ที่ออก DW ไม่ต้อง ขออนุญาต บริษัทจดทะเบียน

ผู้ออก ไม่มีความสัมพันธ์ กับบริษัทนั้นเลย ทำให้

สามารถ เลือกหุ้น ที่ดีที่สุด มาทำ DW ออกขาย

ให้กับ ลูกค้า ได้



แล้ว เคจีไอ กับ กิมเอ็ง ได้ประโยชน์ อะไร???

ได้ประโยชน์ ในเรื่องของความเชื่อมั่น และภาพพจน์

ที่ดีในสายตาสถาบันการเงิน

แต่ในฐานะที่เขา เป็นผู้ออก หลักทรัพย์ใหม่ ขายให้กับ

ประชาชนครั้งแรก(IPO) เขาก็จะต้องซื้อหุ้นมาเก็บไว้

เพื่อรองรับ การใช้สิทธิ ทำให้เป็นการเพิ่มสภาพคล่อง

ให้กับหุ้น อีกทางหนึ่ง และไม่มีผลกระทบด้าน

Dilution เพราะไม่มีการเพิ่มทุน เป็นหุ้นที่ซื้อขาย

บนกระดาน อยู่แล้ว และทำให้หุ้น หลายบริษัท ที่เป็น

ที่ต้องการของนักลงทุน แต่ขาดสภาพคล่อง หรือไม่มี

Warrant ขาย DW จะช่วยอุดช่องว่าง ดังกล่าวนี้ได้



แต่แม้ว่า DW จะน่าสนใจแค่ไหน สิ่งสำคัญ ที่นักลงทุน

จะลืมไป ไม่ได้เลย คือเรื่องของความเสี่ยง ซึ่งจะมีอยู่

ตลอดเวลา นอกเหนือจากความผันผวนของตลาดแล้ว

ยังมีความเสี่ยง ด้านผู้ออกด้วย เพราะหากมีปัญหา

จะเกิดหนี้สูญ ทันที



เพื่อลดความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้น กับนักลงทุน

ทาง ก.ล.ต. เลยกำหนดให้ บล. ที่สนใจออก DW

ต้องมีทุนจดทะเบียน ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

มีสภาพคล่องขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท

อัตราส่วนเงินกองทุนสภาพคล่องต่อสินทรัพย์เสี่ยง

ไม่ต่ำกว่า 7% และมีอันดับความน่าเชื่อถือ ระดับ

Investment Grade ขึ้นไป



ก็ถือว่า DW นี้ เป็นรูปแบบใหม่ ที่ บล. ต่างชาติ

นำมาดึงดูด นักลงทุนไทย เพื่อจูงใจให้ทำธุรกรรม

และเป็นเพียงแค่การบริการ ให้ลูกค้าซื้อหุ้นเท่านั้นเอง



โปรดติดตาม PTT13CA ตอนต่อไป

ถ้าใครมีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็โปรดช่วยกันโพสต์

ด้วยนะคะ จะได้เป็นการแบ่งปันความรู้กันค่ะ

Thursday, July 2, 2009

ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ (Derivatives Warrant: DW) ต่อจากคราวที่แล้ว



จากบทความ ทีเคยเขียนไว้ ในคราวก่อน ในเรื่องของ
ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ (Derivatives Warrant: DW)
สามารถ หาอ่านได้ ตาม link ข้างล่างนี้

http://imbroker.blogspot.com/2009/06/derivatives-warrant-dw-9.html

เราลองอ่านทบทวนดูแล้ว เห็นว่าข้อมูล ยังหยาบไป
เลยอยากเพิ่มเติม ข้อมูล ในบางประเด็น อีกครั้งค่ะ
เริ่มเลย ละกันนะ...


พรีเมี่ยม คือ ราคาที่ผู้ถือ DW เป็นผู้จ่าย เพื่อซื้อสิทธินี้
(ก็เหมือนกับ ราคาที่เราซื้อ Warrant นั่นแหละ)



ลักษณะมูลค่าที่แท้จริง

ATM : ราคาใช้สิทธิ = ราคาปัจจุบัน

ITM : ราคาใช้สิทธิ < ราคาปัจจุบัน

OTM : ราคาใช้สิทธิ > ราคาปัจจุบัน



ประเภทของระยะเวลาการใช้สิทธิ

1)European ใช้สิทธิได้ครั้งเดียว ณ วัน
ครบกำหนดอายุ เท่านั้น

2)American ใช้สิทธิ ได้ทุกวัน จนกระทั่ง
ถึงวัน ครบกำหนดอายุ



ภาษี

1)Capital Gain Tax ได้รับยกเว้น
ภาษี เหมือนกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ใน ตลท.

2)การใช้สิทธิ
-การซื้อสินค้าอ้างอิง ไม่เสียภาษี เหมือนการ
ใช้สิทธิ Warrant ปกติ

-เงินได้จากการใช้สิทธิ (Cash Settlement)
คิดเป็นเงินได้พึงประเมิน (ต้องจ่ายภาษี บุคคลธรรมดา)



ความเสี่ยง

-ผู้ถือ DW ใช้สิทธิ แต่ผู้ออก DW ผิดนัด
ไม่สามารถ ส่งมอบเงินสด หรือส่งมอบสินค้าอ้างอิงได้

-Gearing Risk อัตราผลตอบแทนสูง
แต่ก็ "เจ๊งหนัก" ได้เหมือนกัน

-มีอายุจำกัด

-ราคา(พรีเมี่ยม) ของ DW อาจไม่เคลื่อนไหว
ตามทฤษฎี ในระยะสั้น เพราะมี แรงซื้อ หรือขาย
ตามกลไกตลาดเข้ามากระทบ


ลองดูตารางเปรียบเทียบ ระหว่าง DW กับ Warrant
ตามภาพข้างล่างนี้นะคะ



Custom Search

Followers