Monday, January 4, 2010

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ปี 2553 รุ่ง หรือ ร่วง

โดย บรรยง วิเศษมงลชัย
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด


หากมีคนถามว่าปี 2553 ที่จะถึงนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

จะดีกว่าปี 2552 หรือไม่ ถ้าให้ตอบตามความรู้สึกของคนทั่ว ๆ ไป

ก็อาจบอกได้ว่าไม่ค่อยดีเท่าที่ควร แต่ก็ไม่มีใครฟันธงได้ว่าที่ไม่ดีนั้น

เพราะอะไร เพื่อให้การตอบคำถามนี้มีเหตุผลยิ่งขึ้น เราลองมาดูปัจจัย

สำคัญที่มีผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์กันดีกว่า


หมายเหตุ : เศรษฐกิจโลก หมายถึง เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า
ที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่ สหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น,
จีน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง, ทวีปออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม,
เกาหลีใต้, ฟิลิปปินส์, อินเดีย และไต้หวัน
ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก พอสรุปได้ ดังนี้

1. คาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปี 2553
จะดีกว่าปี 2552 ค่อนข้างชัดเจน
2. การลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนปี 2553 ดีขึ้นกว่าปี 2552
ค่อนข้างมากเช่นกัน อีกทั้งการส่งออกก็มีแนวโน้มที่ดีกว่าปี 2552
3. อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ของธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ที่ระดับ 1.50% เท่านั้น และ
ยังคงอยู่ในระดับต่ำเช่นนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเพียงพอ
ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนี้
4. เศรษฐกิจทั่วโลก รวมทั้งเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มฟื้นตัว
แม้จะมีปัจจัยลบในเรื่องของราคาน้ำมัน ที่มีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้น
ถึง 80 เหรียญต่อบาร์เรลในปี 2553 แต่ก็เป็นไปตามการคาดการณ์
ของประเทศต่าง ๆ อยู่แล้ว
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2553 จึงมีทิศทางที่ดีกว่าปี 2552
ด้วยเหตุผลว่ามีปัจจัยบวกหลาย ๆ ปัจจัย ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบ
กับช่วงเริ่มต้นของปีที่ผ่านมาแล้ว นับว่าปี 2553 ดีกว่ากันมาก
อีกทั้งโดยพื้นฐานของสังคมชาวเอเชียยังถือว่า การมี “ที่อยู่อาศัย”
เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ รวมทั้งยังบ่งบอกถึง
ความสำเร็จและความภาคภูมิใจในชีวิต ทุกคนจึงต้องการมีบ้าน
เป็นของตนเอง และไม่น่าแปลกใจเลยว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์
ของเอเชียจะ “บูม” มากกว่าตลาดอื่น ๆ
จากเหตุผลทั้งหมดคงพอจะฟันธงได้ว่า ปี 2553
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยดีกว่าปี 2552 อย่างชัดเจน
แต่อย่างไรก็ตามยังประมาทไม่ได้!!
เพราะสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ
อีกทั้ง ตามข้อมูลที่ได้รับ พบว่าการซื้อ-ขายคอนโดมิเนียม
ในปัจจุบันก็เริ่มที่จะมีการเก็งกำไรกันบ้างแล้ว แม้จะไม่มากมายนัก
ซึ่งก็หวังว่า วงการอสังหาริมทรัพย์ของเราจะช่วยกันดูแล
อย่าปล่อยให้มีการเก็งกำไรจนส่งผลเสียหายในภาพรวม
เพราะตลาดอสังหาฯ ปีหน้าที่หวังว่าจะ “รุ่ง”
อาจจะกลายเป็น “ร่วง” ได้เช่นกัน

No comments:

Post a Comment

Custom Search

Followers